Thursday, 11 August 2022

Avalanche Coin คือ

Avalanche Coin คือ

Avalanche Coin คือ เหรียญ AVAX เป็นแพลตฟอร์ม Blockchain Technology ที่มี Smart Contract และ เป็นแพลตฟอร์ม Open Source ซึ่งหมายความว่านักพัฒนาที่ต้องการสร้างโปรเจค หรือ dApp บนเชนของ Avalanche ก็สามารถมาดึง Source Code ของ Avalanche ไปใช้ได้เลย ภายใต้ระบบกระจายอำนาจ Decentralized โดยรวมก็จะคล้าย ๆ กับ Ethereum นั้นเอง

AVAX เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการเปิดตัวแอปพลิเคชันการเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi), สินทรัพย์ทางการเงิน, การซื้อขาย และ บริการอื่นๆ

Avalanche ก็จะเหมือนกับ Chain อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นมาทีหลัง Ethereum โดยมีจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาด้านความเร็ว และ การปรับขนาด ซึ่ง Avalanche เรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มแรกที่สามารถลดเวลาที่ใช้ในการยืนยันธุรกรรมให้เหลือไม่ถึง 2 วินาที

Avalanche Coin คือ

AVAX คือ โทเคนหลักของ Avalanche ใช้เป็นค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทั้งบนเครือข่ายหลัก และ เครือข่ายย่อย (Subnets) ของ Avalanche ผู้ถือโทเคนยังสามารถนำ AVAX ไปล็อก (Staking) เพื่อช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับเครือข่าย และ รับผลตอบแทนได้อีกด้วย ทั้งนี้ AVAX มีหน่วยย่อย คือ nAVAX ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับ 0.000000001 AVAX

Avalanche Coin คือ อะไร

Avalanche คือ แพลตฟอร์มที่สามารถใช้ Smart contract เพื่อพัฒนา DApps (Decentralized Applications) โดยถูกออกแบบมาให้มีความเสถียร ความเร็ว และ ความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับการใช้ในระดับองค์กร และ สถาบันทางการเงินโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ Avalanche ยังรองรับการเขียน DApps ด้วยภาษา Solidity ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมเดียวกับที่ใช้บนเครือข่าย Ethereum จึงทำให้นักพัฒนาที่มีความคุ้นเคยกับ Ethereum สามารถย้ายมาสู่ Avalanche ได้อย่างไม่ยากเย็น

วัตถุประสงค์เหรียญ

วัตถุประสงค์หลักของ Avalanche คือ การเป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการด้านการสร้างเครือข่าย Blockchain รวมไปถึงแอปพลิเคชันแบบ Decentralized (dApps) ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น คือ ระบบ Blockchain ที่สามารถทำงานร่วมกันได้ 3 เครือข่าย ได้แก่ Exchange Chain (X-Chain), Contract Chain (C-Chain) และ Platform Chain (P-Chain)

Avalanche Coin คือ จุดเด่น

Avalanche ได้รับการยอมรับเป็นแพลตฟอร์มที่มีความเร็ว ความสามารถในการขยายตัว และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดแพลตฟอร์มหนึ่ง โดย Avalanche ใช้ระบบฉันทามติแบบ Proof-of-stake ร่วมกับการมีโครงสร้างเครือข่ายแบบ DAG (Directed Acyclic Graphs)

DAG เป็นโครงสร้างที่แตกต่างกับบล็อกเชน กล่าวคือ บล็อกเชนที่เราคุ้นเคยจะมีโครงสร้างเป็นเส้นตรง บล็อกที่ 1 จะถูกต่อด้วยบล็อกที่ 2 และ บล็อกที่ 2 จะถูกต่อด้วยบล็อกที่ 3 ไปเรื่อย ๆ ในขณะที่โครงสร้างของ DAG จะมีลักษณะคล้ายใยแมงมุม ทำให้ข้อมูลสามารถเชื่อมต่อไปในทิศทางใดก็ได้ การประมวลผล หรือ ยืนยันธุรกรรมจึงสามารถทำได้แบบคู่ขนาน (Parallel Processing) ไม่จำเป็นต้องรอให้บล็อกก่อนหน้าได้รับการยืนยันก่อนจึงจะยืนยันบล็อกต่อไปได้

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือ Avalanche ไม่ได้เป็นเพียงแค่บล็อกเชนเครือข่ายเดียว แต่เป็นบล็อกเชนถึง 3 เครือข่ายที่ทำงานร่วมกันจนเกิดเป็นแพลตฟอร์ม Avalance โดยแต่ละเครือข่ายมีชื่อเรียก และ การทำงานดังต่อไปนี้

  • Exchange Chain (X-Chain) คอยดูแลด้านการแลกเปลี่ยนมูลค่าเป็นหลัก โดยมีโทเคน AVAX เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน
  • Platform Chain (P-Chain) ผู้พัฒนาสามารถสร้างเครือข่ายย่อย (Subnets) ผ่าน P-Chain โดย P-Chain จะเป็นตัวคอยติดต่อกับเครือข่ายย่อยอีกที
  • Contract Chain (C-Chain) ผู้พัฒนาสามารถสร้าง Smart contract ผ่านการใช้ API ของ C-Chain นี้ได้

ผู้สร้าง Avalanche

Ava Labs คือ ผู้พัฒนาเครือข่าย Avalanche โดยมีกลุ่มผู้ก่อตั้ง คือ Emin Gün Sirer, Kevin Sekniqi, และ Maofan “Ted” Yin โดย Ava Labs มีสำนักงานตั้งอยู่ในเมืองนิวยอร์ก และ ไมอามีของสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ Ava Labs ยังมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science), เศรษฐศาสตร์, การเงิน, และ กฏหมาย ซึ่งล้วนเคยร่วมงานกับบริษัทเทคระดับโลกอย่าง Microsoft, Google หรือ ธนาคารอย่าง Credit Suisse, Morgan Stanley ตลอดจนองค์กรระดับโลกอย่าง NASA เป็นต้น

การกระจายเหรียญ

อ้างอิงจาก Messari โทเคน AVAX ถูกสร้างขึ้นให้มีจำนวนกำจัดที่ 720,000,000 AVAX โดยในช่วงเริ่มต้น AVAX ถูกปล่อยออกมา 50% หรือ 360,000,000 และ ถูกกระจายออกไปตามนักลงทุนกลุ่มแรก ๆ ทั้งแบบ Private และ Public Sales ส่วนอีก 50% ที่เหลือจะถูกทยอยปล่อยออกมาเป็นรางวัลให้กับผู้ที่ล็อกโทเคนในแพลตฟอร์ม (Staking) เป็นระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

ในฐานะที่เป็นอีกหนึ่งเครือข่ายแบบ Layer-1 Solution ถือได้ว่า Avalanche อยู่ในแวดวงคริปโตเคอเรนซีที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งมีคู่แข่งอย่าง Ethereum, Cardano และ Polkadot เป็นเหตุให้เครือข่ายต้องมีการสร้างรากฐานที่มั่นคงและ พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจึงจะสามารถดึงส่วนแบ่งทางการตลาด และ เพื่อให้มีการใช้งานมากขึ้นได้